เมื่อแคนาดา แดนเสรีกัญชา อนุญาติให้ครอบครองกัญชาเมื่อแคนาดา แดนเสรีกัญชา อนุญาติให้ครอบครองกัญชา

เปิดเสรีกัญชาอย่างเต็มตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับประเทศแคนาดา นับเป็นประเทศที่สองของโลก ต่อจากอุรุกวัย ซึ่งเริ่มใช้ข้อกฏหมายนี้ในปี2556 ที่ทำให้กัญชาถูกกฏหมายเพื่อสันทนาการอย่างถูกต้อง ซึ่งก็ได้สร้างความฮือฮาแก่ประชาชนชาวแคนาดากันทั้งประเทศ จนต่างพากันแห่เข้าคิวซื้อยังตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน แลบราดอร์ และ นิวฟันด์แลนด์ จนสินค้าขาดตลาดใน สองถึงสามวันแรก ที่กฏหมายกัญชาเพื่อนันทนาการได้อนุมัติถูกใช้
อย่างไรก็ดีกฏหมายดังกล่าว นั้นจะอนุญาติให้ บุคคลที่แก่ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้นมีสิทธิ์สามารถครอบครอง กัญชาแห้ง เม็ดกัญชา รวมทั้งน้ำมันกัญชา ได้อย่างแม่นยำ แล้วก็ ยังมีกฏหมายรองรับอนุญาติให้ ใน1บ้าน สามารถปลูกต้นกัญชาเพื่อการใช้ส่วนตัว อย่างนำไปทำประกอบ ของกิน หรืออื่นๆได้บ้านละ 4 ต้น และก็ในสถานการณ์แบบนี้เองก็เลยทำให้หลายคนมองว่านี่เป็นแดนสวรรค์ของสายเขียวเสรี ผู้หลงไหลในต้นกัญชาอย่างแท้จริง
แต่ถึงแม้ประเทศแคนที่นาดาจะเปิดประเทศเสรีกัญชา อย่างเต็มรูปแบบ แต่ว่าก็มีกฏหมายรองรับเพื่อป้องกัน การเสพกัญชาที่เกินขอบเขตุ ได้แก่ กฏหมายสามารถพกกัญชาในที่สาธารณะได้ไม่เกิน 30 กรัม กฏหมายลงโทษแก่ผู้ที่ ขายกัญชาให้กับเด็กหรือคนที่แก่ต่ำกว่า 18 ปี และยังมี บทลงโทษสำหรับคนที่เสพกัญชา หรือ มึนเมาขณะขับรถยนต์
สำหรับข้อดีหลักๆของกัญชานั้น มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการของผู้ป่วย บำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีลักษณะอาการคลื่นไส้ มึนหัว อาเจียน ซึ่งมีผลมาจาก การรับเคมีบำบัดในการรักษา(คีโม) ให้มีลักษณะอาการเบาลงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังสามารถบรรเทาหอบหืด หรือ ใช้รักษาโรคต้อหินได้ อีกด้วย แม้กระนั้นก็มีข้อเสียเหมือนกัน ถ้าเสพกัญชาในจำนวนที่เกินขอบเขตุก็ จะมีผลอันตรายอาจทำให้ โรคสมองเสื่อมภาวะ ร่างกายแล้วก็ระบบภูมิต้านทานไม่แข็งแรง หากหนักเข้า อาจทำให้สุขภาพจิตมีปัญหา รวมทั้งบางทีอาจขาดความสามารถทางเพศได้
และทั้งนี้จากความนิยมในตัวกัญชาของชาวแคนาดา ที่ผู้คนพากันแห่เข้าแถวซื้อ จนกระทั่งขั้นไม่มีขายในช่วงเวลาเพียงแต่ไม่กี่วันหน้า เปิดเสรีกัญชาเพื่อสันทนาการ ก็อาจทำให้รัฐบาลแคนาดามีรายได้จาก อุตสาหกรรมกัญชาสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือ หนึ่งแสนสามหมื่นล้านบาท และอาจสูงมากขึ้นเรื่อยๆมากยิ่งขึ้นกว่านี้ รวมถึงสิ่งที่มีความต้องการทางตลาดแรงงาน ที่จะสูงขึ้นตามความจำเป็นในอุตสาหกรรมกัญชา ที่เริ่มจะมีแววว่า จะเติบโตขึ้นไปอย่างผลักไม่อยู่ในอนาคต อย่างไรก็ดี ในฝั่งบ้านพวกเราปัจจุบันนี้
กำลังรีบส่งเสริม ข้อกฏหมายสำหรับใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องรอใช้ ม.44 อยู่ ซึ่งก็จะต้องรอติดตามกันต่อไปว่า เราจะได้เห็นการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฏหมายได้หรือเปล่า (ในประเทศแคนาดามีการอนุญาติให้สามารถใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้ ตั้งแต่ในปี 2545) แต่ก็ยังคงเป็นไปตามขั้นตอนต่างๆทั้งยังคงมีเสียงต้านทานของคนอีกฝั่ง ที่คงจะจะต้องใช้ช่วงเวลาปรับจูนความเข้าใจกันถัดไป